เวลาที่เราคิดจะต่อเติมบ้าน ทำลานจอดรถใหม่ หรือแม้แต่เทพื้นปูนเล็กๆ ข้างบ้าน ปัญหาโลกแตกที่เจ้าของบ้านมือใหม่ทุกคนต้องเจอคือการคำนวณปริมาณของที่จะสั่ง โดยเฉพาะเรื่องของคอนกรีต เพราะหน่วยวัดที่ช่างพูดกัน กับหน่วยวัดที่เราเข้าใจมันดูเหมือนจะคนละเรื่องกันเลย ช่างมักจะพูดว่าใช้ปูนกี่คิว หรือสั่งปูนมากี่คิว แต่พื้นที่บ้านเรามันเป็นตารางเมตร กว้างคูณยาว แล้วมันจะเอามาเทียบกันได้อย่างไร ความสับสนนี้มักนำไปสู่ปัญหาใหญ่สองอย่าง คือสั่งมาน้อยเกินไปจนเทไม่เต็มพื้นที่ ต้องเสียเวลาสั่งรอบสอง หรือสั่งมาเยอะเกินไปจนเหลือทิ้งกลายเป็นขยะก้อนปูนมหึมาหน้าบ้าน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้กันแบบหมดเปลือก ด้วยภาษาง่ายๆ ที่ไม่ต้องจบวิศวะก็เข้าใจได้ทันที รับรองว่าอ่านจบแล้วคุณจะเดินไปสั่งปูนได้อย่างมั่นใจ แถมยังคุยกับช่างรู้เรื่อง ไม่โดนหลอกฟันกำไรค่าของแน่นอน
ทำความเข้าใจคำว่า คิว ให้ถูกต้องก่อนเริ่มคำนวณ
คำว่า คิว ที่เราได้ยินช่างพูดกันจนติดปาก จริงๆ แล้วมันย่อมาจาก คิวบิกเมตร หรือ ลูกบาศก์เมตร ในภาษาทางวิชาการ มันคือหน่วยวัดปริมาตรของวัตถุที่มีรูปทรงเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ลองจินตนาการถึงกล่องลูกเต๋าที่มีความกว้าง 1 เมตร ความยาว 1 เมตร และความสูง 1 เมตร ปริมาณคอนกรีตที่อัดแน่นอยู่ในกล่องใบนี้แหละคือคอนกรีต 1 คิว ดังนั้นเมื่อเราสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ 1 คิว รถโม่ปูนก็จะขนของเหลวสีเทาๆ ปริมาตรเท่ากับกล่องลูกเต๋ายักษ์นี้มาเทลงบนพื้นที่ของเรา หน้าที่ของเราคือต้องแปลงร่างเจ้าก้อนลูกเต๋านี้ ให้แผ่แบนราบลงไปบนพื้นดินตามความหนาที่เราต้องการ ยิ่งเราเทบาง พื้นที่ที่ได้ก็จะกว้างขึ้น แต่ถ้าเราเทหนา พื้นที่ที่ได้ก็จะลดน้อยลง เป็นหลักการแปรผกผันง่ายๆ ที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย
สูตรลับฉบับรวบรัด ปูน 1 คิวเทได้พื้นที่เท่าไหร่กันแน่
มาถึงใจความสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ วิธีคิดแบบไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขให้ปวดหัว คือการเอาเลข 1 ตั้ง แล้วหารด้วยความหนาของพื้นหน่วยเป็นเมตร ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการเทพื้นหนา 10 เซนติเมตร หรือ 0.10 เมตร ซึ่งเป็นความหนามาตรฐานยอดนิยมสำหรับทางเดินรอบบ้าน ก็เอา 1 หารด้วย 0.10 ผลลัพธ์ที่ได้คือ 10 ตารางเมตร นั่นหมายความว่า ปูน 1 คิว สามารถแผ่ขยายเป็นพื้นหนา 10 เซนติเมตร ได้พื้นที่ 10 ตารางเมตรพอดีเป๊ะ แต่ถ้าคุณอยากทำโรงจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมากหน่อย ก็ต้องเทหนาขึ้นเป็น 15 เซนติเมตร หรือ 0.15 เมตร พอลองเอา 1 หารด้วย 0.15 ตัวเลขก็จะออกมาอยู่ที่ประมาณ 6.67 ตารางเมตร เห็นไหมว่าพอความหนาเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่ได้ก็ลดลงเกือบครึ่ง ดังนั้นตัวแปรสำคัญที่สุดในการสั่งปูนไม่ใช่แค่กว้างคูณยาว แต่คือความหนาที่คุณต้องกำหนดให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

เปรียบเทียบความหนาที่ควรจำไว้
เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและไม่ต้องมานั่งหารเลขเองทุกครั้ง เราสรุปความหนามาตรฐานที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปมาให้ดู เพื่อให้คุณประเมินคร่าวๆ ได้ทันทีว่างานของคุณต้องใช้ปูนประมาณกี่คิว
-
ความหนา 5 เซนติเมตร (0.05 เมตร) ปูน 1 คิว เทได้พื้นที่ 20 ตารางเมตร มักใช้สำหรับงานเททับหน้าปรับระดับพื้นเดิม หรือ Topping ที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก
-
ความหนา 7.5 เซนติเมตร (0.075 เมตร) ปูน 1 คิว เทได้พื้นที่ประมาณ 13.3 ตารางเมตร เหมาะสำหรับทางเดินเท้าทั่วไป
-
ความหนา 10 เซนติเมตร (0.10 เมตร) ปูน 1 คิว เทได้พื้นที่ 10 ตารางเมตร เป็นความหนามาตรฐานสำหรับพื้นบ้าน ลานซักล้าง หรือทางเดินรอบบ้าน
-
ความหนา 15 เซนติเมตร (0.15 เมตร) ปูน 1 คิว เทได้พื้นที่ประมาณ 6.6 ตารางเมตร เหมาะสำหรับโรงจอดรถ ถนนในหมู่บ้าน หรือพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักรถยนต์
-
ความหนา 20 เซนติเมตร (0.20 เมตร) ปูน 1 คิว เทได้พื้นที่ 5 ตารางเมตร ใช้สำหรับถนนใหญ่ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่รถบรรทุกวิ่งผ่าน
ทำไมคำนวณเป๊ะแล้ว แต่หน้างานจริงปูนถึงยังไม่พอ
มีหลายครั้งที่เจ้าของบ้านคำนวณตามสูตรเป๊ะๆ วัดกว้างคูณยาวอย่างดี แต่พอรถโม่ปูนเทเสร็จกลับพบว่าปูนขาดไปนิดหน่อย ทำให้งานไม่จบ ต้องเสียเวลาสั่งเพิ่ม สาเหตุหลักๆ มาจากสภาพหน้างานที่ไม่เป็นใจ โดยเฉพาะความเรียบของพื้นดินเดิม หากพื้นดินที่เราจะเทไม่ได้มีการบดอัดให้เรียบกริบ มีหลุม มีบ่อ หรือเป็นลูกคลื่น เวลาเทคอนกรีตลงไป ปูนส่วนหนึ่งจะไหลลงไปเติมเต็มในหลุมเหล่านั้น ทำให้ปริมาณปูนที่ควรจะแผ่ได้กว้างขึ้น กลับหายไปในหลุม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเข้าแบบไม้แบบข้างที่อาจจะมีการป่องออกเมื่อโดนแรงดันคอนกรีต หรือการสูญเสียระหว่างการลำเลียงคอนกรีต เช่น ปูนติดก้นโม่ ปูนหกเลอะเทอะระหว่างเข็นรถ ดังนั้นเทคนิคของช่างมืออาชีพคือ จะต้องสั่งเผื่อ หรือที่เรียกว่า Safety Factor เสมอ โดยแนะนำให้สั่งเผื่อไว้ประมาณ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่คำนวณได้ เพื่อความอุ่นใจว่างานจะจบในรอบเดียวแน่นอน

วิธีคำนวณพื้นที่แบบไม่ใช่สี่เหลี่ยม ต้องทำอย่างไร
บ้านในความเป็นจริงไม่ได้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมเสมอไป บางทีมีมุมโค้ง มุมเฉียง หรือพื้นที่เว้าแหว่ง การหาพื้นที่ตารางเมตรสำหรับสั่งปูนจึงต้องใช้การแบ่งพื้นที่ย่อยๆ เข้าช่วย วิธีที่ง่ายที่สุดคือการซอยพื้นที่รูปทรงแปลกๆ นั้นให้ออกมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลายๆ ชิ้น แล้วคำนวณพื้นที่กว้างคูณยาวของแต่ละชิ้น จากนั้นค่อยเอาตัวเลขมารวมกัน จะได้พื้นที่รวมทั้งหมดที่เป็นตารางเมตร แล้วค่อยเอาไปเข้าสูตรคำนวณหาจำนวนคิวตามความหนาที่ต้องการ หรือถ้าพื้นที่ซับซ้อนมากจริงๆ การวาดรูปใส่กระดาษแล้วให้ช่างหรือร้านขายคอนกรีตช่วยคำนวณให้ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความผิดพลาดได้ดี เพราะทางร้านมักจะมีประสบการณ์ในการประเมินเผื่อส่วนเว้าส่วนโค้งได้แม่นยำกว่าเรา
ความหนาพื้นคอนกรีต เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
การกำหนดความหนาของพื้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบหรืออยากประหยัดงบ แต่ต้องดูที่วัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก หากเราเทบางเกินไปเพื่อหวังจะประหยัดค่าปูน ผลที่ตามมาคือพื้นจะแตกร้าวได้ง่ายเมื่อรับน้ำหนักเกินขีดจำกัด สำหรับงานพื้นทางเดินรอบบ้านที่คนเดินอย่างเดียว ความหนา 7 ถึง 10 เซนติเมตรถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นโรงจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักรถยนต์ 1 ถึง 2 ตัน ควรขยับความหนาขึ้นมาเป็น 10 ถึง 15 เซนติเมตร และที่สำคัญคือต้องมีการเสริมเหล็ก หรือ Wire Mesh เพื่อช่วยรับแรงดึงและป้องกันการแตกร้าว ส่วนงานถนนที่รถวิ่งผ่านตลอดเวลา ความหนาต้องเริ่มต้นที่ 15 เซนติเมตรขึ้นไป การเลือกความหนาให้ถูกต้องตั้งแต่แรก แม้จะเปลืองปูนเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย แต่แลกมาด้วยความแข็งแรงทนทาน ไม่ต้องมาทุบทิ้งทำใหม่ในอนาคต ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก
สั่งคอนกรีตผสมเสร็จ สะดวกและคุ้มค่ากว่าผสมเองจริงไหม
สมัยก่อนเวลาก่อสร้างเราอาจจะเห็นภาพคนงานนั่งผสมปูน ทราย หิน กันเองหน้างาน แต่ในปัจจุบันการใช้คอนกรีตผสมเสร็จได้รับความนิยมมากกว่าด้วยเหตุผลหลายประการ อย่างแรกคือคุณภาพที่สม่ำเสมอ เพราะผสมมาจากโรงงานที่มีการชั่งตวงวัดด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้ค่ากำลังอัด หรือ Strength ที่ตรงตามมาตรฐานวิศวกรรม ไม่ต้องมาลุ้นว่าคนงานจะใส่ทรายเยอะไปหรือใส่น้ำมากไปจนปูนไม่แข็ง อย่างที่สองคือความรวดเร็ว งานเทพื้นที่ถ้าใช้คนผสมเองอาจใช้เวลาทั้งวันกว่าจะเสร็จ 1 คิว แต่รถโม่ปูนสามารถเทเสร็จได้ภายในไม่กี่นาที ทำให้ประหยัดค่าแรงช่างไปได้เยอะ และเมื่อลองดีดลูกคิดดูแล้ว ค่าปูนถุง ค่าทราย ค่าหิน และค่าแรงคนงาน รวมกันแล้วอาจจะแพงกว่า หรือใกล้เคียงกับการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่ต้องเหนื่อยแบกหามและไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจายรบกวนเพื่อนบ้านอีกด้วย
สั่งปูนให้เป๊ะ งานเสร็จไว ไว้ใจ Concrete Man
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกว่าการคำนวณปูนเป็นเรื่องยุ่งยาก หรือกลัวว่าจะสั่งผิดสเปก ลองทักมาปรึกษา Concrete Man ได้เลย เราคือผู้ให้บริการจัดจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จและวัสดุก่อสร้างครบวงจร ที่พร้อมเป็นผู้ช่วยให้เจ้าของบ้านและผู้รับเหมา เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมช่วยคุณคำนวณปริมาณคอนกรีตจากพื้นที่หน้างานจริง แนะนำความหนาและค่ากำลังอัดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ อย่างเทพื้นลานซักล้าง หรือเทพื้นโรงงานขนาดใหญ่ เราก็พร้อมจัดส่งด้วยเครือข่ายแพลนท์ปูนจากแบรนด์ชั้นนำทั่วประเทศ ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้คอนกรีตคุณภาพดี ส่งตรงเวลา และได้ปริมาณคิวที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ต้องกังวลเรื่องปูนขาดหรือเหลือทิ้งให้เสียดายเงิน อีกทั้งเรายังมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เพื่อให้งานก่อสร้างของคุณราบรื่นและเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างที่ตั้งใจ แค่บอกขนาดพื้นที่มา ที่เหลือให้ Concrete Man ช่วยจัดการให้
คำถามที่พบบ่อย
เทพื้นโรงจอดรถควรใช้ความหนากี่เซนติเมตร?
สำหรับรถเก๋งหรือรถกระบะทั่วไป แนะนำให้เทความหนาที่ 10 ถึง 15 เซนติเมตร พร้อมวางเหล็กเสริมไวร์เมช เพื่อให้รับน้ำหนักได้ดีและไม่แตกร้าว
ควรสั่งปูนเผื่อจากที่คำนวณได้เท่าไหร่ดี?
แนะนำให้สั่งเผื่อประมาณ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่คำนวณได้ เพื่อชดเชยความคลาดเคลื่อนจากการปรับระดับพื้นดินที่ไม่สม่ำเสมอและการสูญเสียระหว่างเท
คอนกรีต 1 คิว ราคาประมาณเท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับค่ากำลังอัด (Strength) และพื้นที่จัดส่ง โดยเฉลี่ยราคาคอนกรีตผสมเสร็จจะอยู่ที่ประมาณ 1,800 ถึง 2,400 บาทต่อคิว
ผสมปูนเอง 1 คิว ต้องใช้ปูนกี่ถุง?
ถ้าผสมเองตามสูตรมาตรฐาน 1:2:4 จะใช้ปูนซีเมนต์ประมาณ 6 ถึง 7 ถุง (ถุงละ 50 กก.) ทรายประมาณ 0.5 คิว และหินประมาณ 1 คิว ซึ่งต้องใช้แรงงานเยอะมาก
เทพื้นคอนกรีตแล้วต้องรอกี่วันถึงจะใช้งานได้?
หลังจากเทเสร็จควรบ่มคอนกรีตและทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้คอนกรีตเซ็ตตัวรับน้ำหนักได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้แข็งแรงเต็มที่ตามค่ามาตรฐานต้องรอครบ 28 วัน
อ่านเพิ่มเติม:


