เวลาที่เราเดินดูบ้านตัวอย่าง หรือมองดูบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว เรามักจะเห็นแค่ความสวยงามของผนัง พื้นกระเบื้อง หรือหลังคาทรงสวย แต่มีส่วนประกอบหนึ่งของบ้านที่เปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ ทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาแต่กลับถูกมองข้ามเพราะมันถูกฝังอยู่ใต้ดินหรือซ่อนอยู่ใต้พื้น ส่วนนั้นก็คือโครงสร้างที่มีชื่อว่า คานคอดิน สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่ช่างก่อสร้างอาจจะเกาหัวด้วยความงงว่า คานคอดิน คือ อะไร มันเหมือนกับคานที่อยู่บนเพดานไหม แล้วถ้าบ้านไม่มีคานตัวนี้จะได้หรือเปล่า ต้องบอกเลยว่านี่คือชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของงานโครงสร้างบ้าน เพราะมันเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างเสาเข็มกับตัวบ้าน เป็นด่านแรกที่จะรับแรงกระแทกจากพื้นดิน และเป็นฐานรากที่กำหนดความมั่นคงของกำแพงบ้านชั้นล่างทั้งหมด หากคุณกำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือกำลังคุมงานก่อสร้างอยู่ การทำความเข้าใจเรื่องนี้ไว้จะช่วยให้คุณคุยกับช่างรู้เรื่อง และป้องกันปัญหาบ้านทรุดร้าวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
หน้าที่หลักของคานคอดิน
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เสาเข็มก็เหมือนขาของคนเรา ส่วนตัวบ้านก็เหมือนลำตัว คานคอดินก็เปรียบเสมือนเข็มขัดที่รัดรอบเอว เพื่อยึดขาและลำตัวให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หน้าที่หลักอย่างแรกของมันคือการรับน้ำหนักจากผนังบ้านชั้นล่างและพื้นบ้าน แล้วถ่ายเทน้ำหนักเหล่านั้นลงสู่ตอม่อและเสาเข็มต่อไป ลองนึกภาพถ้าเราก่อกำแพงอิฐหนักๆ ลงบนพื้นดินโดยตรง เมื่อดินทรุด กำแพงก็จะแตกพังลงมา แต่ถ้ามีคานคอดินรองรับอยู่ ต่อให้ดินข้างล่างทรุดเป็นโพรง กำแพงก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ได้เพราะมีคานช่วยอุ้มไว้นั่นเอง หน้าที่สำคัญอีกอย่างคือการยึดหัวเสาตอม่อเข้าด้วยกัน ไม่ให้เสาแต่ละต้นแบะออกหรือเคลื่อนตัวหนีจากกัน ช่วยล็อกตำแหน่งเสาให้มั่นคง เหมือนการจับมือกันเป็นวงกลม ทำให้โครงสร้างบ้านแข็งแรง ต้านทานการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันได้ดีขึ้น

คานคอดิน อยู่ตรงไหน ต่างจากคานชั้นบนยังไง
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า คานคอดิน ดังนั้นตำแหน่งของมันจึงอยู่ติดกับดิน หรืออยู่ระดับเดียวกับพื้นดินนั่นเอง ในทางวิศวกรรมมักจะใช้ตัวย่อว่า GB หรือ Ground Beam ซึ่งต่างจากคานรับหลังคาหรือคานชั้นสองตรงที่สภาพแวดล้อมที่มันต้องเจอ คานชั้นบนลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ต้องสัมผัสความชื้นจากดิน แต่คานคอดินต้องแช่อยู่กับความชื้นตลอดเวลา บางครั้งอาจจมอยู่ในน้ำขังเมื่อฝนตกหนัก ดังนั้นการออกแบบและความแข็งแรงของคอนกรีตที่ใช้เทคานคอดิน จึงต้องมีความพิเศษกว่าคานทั่วไป คือต้องมีความทึบน้ำสูงเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นซึมเข้าไปทำลายเหล็กเสริมข้างในจนเป็นสนิม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คานระเบิดแตกเสียหายในระยะยาว
ขั้นตอนการทำคานคอดิน กว่าจะเป็นคานแข็งแรงต้องผ่านอะไรบ้าง
กระบวนการสร้างคานคอดินนั้นเริ่มขึ้นหลังจากที่ช่างทำการหล่อตอม่อ หรือหัวเสาที่โผล่ขึ้นมาจากฐานรากเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนแรกคือการปรับระดับดินและเทคอนกรีตหยาบ หรือที่เรียกว่าเทลีน รองก้นคาน เพื่อให้มีพื้นที่ทำงานที่สะอาดและได้ระนาบ ไม่ให้เหล็กเสริมสัมผัสกับดินโดยตรง จากนั้นช่างจะเริ่มผูกเหล็กเสริมตามแบบวิศวกรรม ซึ่งจะมีทั้งเหล็กแกนหลักและเหล็กปลอกรัดรอบๆ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องตรวจสอบระยะห่างของเหล็กปลอกให้ถูกต้อง เพราะมีผลต่อการรับน้ำหนัก เมื่อผูกเหล็กเสร็จก็จะทำการประกอบไม้แบบ หรือแบบเหล็ก เพื่อกำหนดรูปร่างของคาน แล้วจึงสั่งคอนกรีตผสมเสร็จมาเทลงไปในแบบ ระหว่างเทต้องมีการจี้คอนกรีตด้วยเครื่องสั่น เพื่อไล่ฟองอากาศให้เนื้อปูนแน่น ไม่เป็นรูพรุนเหมือนรังผึ้ง เมื่อเทเสร็จก็ต้องทิ้งไว้ให้คอนกรีตเซ็ตตัวอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ถึงจะแกะแบบออกได้ และต้องมีการบ่มคอนกรีตด้วยการรดน้ำให้ชุ่มต่ออีกอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้คอนกรีตมีความแข็งแรงสูงสุด

คานคอดินแบบยกสูง กับ แบบวางบนดิน เลือกแบบไหนดี
ในการก่อสร้างบ้าน เรามักจะเจอรูปแบบการวางคานคอดินอยู่ 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ แบบวางบนดิน (On Ground) และ แบบยกสูงเหนือดิน (On Beam) แบบวางบนดินคือการเทคานแนบไปกับพื้นดินเลย วิธีนี้ทำง่าย ประหยัดไม้แบบท้องคาน เพราะใช้ดินเป็นตัวรองรับ แต่ข้อเสียคือความชื้นจะเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย และมีโอกาสที่ปลวกจะเจาะทะลุเข้ามาได้ง่ายกว่า ส่วนแบบยกสูงเหนือดิน คือการยกคานให้ลอยสูงจากพื้นดินขึ้นมาเล็กน้อย ประมาณ 20 ถึง 50 เซนติเมตร ทำให้มีช่องว่างใต้ถุนบ้าน ข้อดีของแบบนี้คือช่วยตัดขาดเส้นทางเดินของปลวกและป้องกันความชื้นจากดินเข้าสู่ตัวบ้านได้ดีมาก แถมยังช่วยระบายอากาศใต้พื้นบ้าน ลดปัญหาเรื่องความร้อนสะสม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการทำไม้แบบท้องคาน และการจัดการระบบท่อต่างๆ ที่ซับซ้อนขึ้น ส่วนใหญ่บ้านสมัยใหม่มักนิยมทำแบบยกสูงมากกว่าเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
ปัญหาคานคอดินแตกร้าว เรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม
รอยร้าวที่เกิดขึ้นบนคานคอดินเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโครงสร้างบ้านกำลังมีปัญหา สาเหตุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การคำนวณรับน้ำหนักผิดพลาด ใส่เหล็กน้อยเกินไป หรือที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้คอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐาน คอนกรีตที่มีกำลังอัดต่ำเกินไปจะไม่สามารถรับแรงกดจากกำแพงบ้านได้ ทำให้เกิดรอยร้าวแนวเฉียงหรือแนวดิ่ง นอกจากนี้ปัญหาเรื่อง ระยะหุ้มคอนกรีต (Covering) ก็น่าห่วง ถ้าช่างวางเหล็กชิดแบบมากเกินไป เนื้อปูนที่หุ้มเหล็กจะบาง เมื่อโดนความชื้นจากดิน เหล็กข้างในจะเป็นสนิมและบวมตัวดันให้คอนกรีตแตกกระเทาะออกมา การแก้ไขปัญหานี้ทำได้ยากและใช้งบประมาณสูง ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ดีและควบคุมงานก่อสร้างให้ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่ามาก
เลือกคอนกรีตเทคานคอดินยังไง ให้แกร่ง ทนความชื้น
หัวใจสำคัญที่จะทำให้คานคอดินแข็งแรงอยู่ที่คุณภาพของ คอนกรีต ที่ใช้เท เนื่องจากคานส่วนนี้ต้องรับน้ำหนักมหาศาลและต้องทนต่อความชื้น ดังนั้นห้ามใช้ปูนผสมเองด้วยมือแบบกะๆ เอาเด็ดขาด ควรเลือกใช้ คอนกรีตผสมเสร็จ จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน โดยมีค่ากำลังอัด (Strength) ไม่น้อยกว่า 240 ksc (Cylinder) ขึ้นไป เพื่อให้เนื้อคอนกรีตมีความแน่นทึบน้ำ ป้องกันความชื้นและสารเคมีในดินไม่ให้เข้าไปทำร้ายเหล็กเสริม ยิ่งถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ดินเค็มหรือใกล้ทะเล อาจจะต้องเลือกใช้คอนกรีตสูตรพิเศษที่ทนทานต่อซัลเฟตหรือน้ำทะเล เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น นอกจากค่ากำลังอัดแล้ว ค่าการยุบตัว หรือ Slump ก็สำคัญ ควรเลือกที่มีค่าความเหลวพอเหมาะเพื่อให้เทเข้าแบบได้ง่าย ไหลไปตามซอกเหล็กได้ดีโดยไม่ต้องเติมน้ำเพิ่มหน้างาน เพราะการเติมน้ำจะทำให้คุณภาพปูนลดลงทันที
สั่งคอนกรีตเทคานคอดิน ให้เป๊ะ งานจบไว ไว้ใจ Concrete Man
เมื่อรู้แล้วว่าคานคอดินมีความสำคัญขนาดไหน ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกซื้อคอนกรีตที่จะมาเป็นกระดูกสันหลังให้กับบ้านของคุณ หากคุณไม่อยากปวดหัวกับการผสมปูนเองที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือกังวลว่าจะสั่งคอนกรีตมาผิดสเปก ให้ Concrete Man เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของคุณ เราคือผู้ให้บริการจัดหาคอนกรีตผสมเสร็จจากแบรนด์ชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น CPAC, นกอินทรี, TPI และอื่นๆ เรามีความเชี่ยวชาญที่จะแนะนำได้ว่างานเทคานคอดินแบบบ้านของคุณ ควรใช้ปูนค่า Strength เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม และควรใช้ค่า Slump เท่าไหร่ถึงจะเทง่ายงานออกมาสวย
เราช่วยคำนวณปริมาณคอนกรีตให้ฟรีจากแบบก่อสร้าง เพื่อให้คุณสั่งของได้พอดี ไม่ขาดไม่เกิน ช่วยประหยัดงบประมาณไปในตัว ทีมงานของเราพร้อมประสานงานจัดส่งรถโม่ปูนให้ถึงหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นซอยแคบหรือพื้นที่จำกัด เราก็มีรถโม่เล็กให้บริการ การสั่งคอนกรีตกับ Concrete Man ไม่เพียงแต่จะได้ราคาที่คุ้มค่าเหมือนดีลตรงจากโรงงาน แต่ยังได้ความสบายใจว่าคุณจะได้คอนกรีตที่มีคุณภาพเต็มคิว แข็งแรง ทนทาน พร้อมเป็นฐานรากที่มั่นคงให้กับบ้านของคุณไปตลอดอายุการใช้งาน ปรึกษาเราวันนี้ เพื่อรากฐานบ้านที่แข็งแรงในวันหน้า
คำถามที่พบบ่อย
คานคอดิน จำเป็นต้องมีทุกบ้านไหม?
จำเป็นสำหรับบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป เพื่อช่วยรับน้ำหนักผนังและยึดเสาเข็มไม่ให้เคลื่อนตัว แต่สำหรับบ้านไม้หรือบ้านน็อคดาวน์น้ำหนักเบาบางประเภท อาจใช้ระบบฐานรากแบบอื่นทดแทนได้
เทคานคอดิน พร้อมกับเทพื้นเลยได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกัน ควรเทคานให้เสร็จและแกะแบบข้างออกก่อน แล้วค่อยทำการบดอัดดิน ถมทราย และเทพื้นทีหลัง เพื่อให้โครงสร้างแยกส่วนกัน ลดปัญหาการแตกร้าวจากการทรุดตัว
เหล็กเสริมในคานคอดิน ต้องใช้เหล็กข้ออ้อยหรือเหล็กกลม?
เหล็กแกนหลักที่รับแรงดึงควรใช้ เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) เพราะยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดีกว่า ส่วนเหล็กปลอกที่ใช้รัดรอบๆ สามารถใช้เหล็กกลมผิวเรียบได้
ถ้าคานคอดินร้าว จะซ่อมยังไง?
ถ้าร้าวเล็กน้อยแบบลายงา สามารถใช้วัสดุอุดรอยร้าวโป๊วปิดได้ แต่ถ้าร้าวลึกหรือร้าวกว้าง ต้องให้วิศวกรมาประเมิน อาจต้องใช้การยิงน้ำยา Epoxy เชื่อมประสาน หรือเสริมกำลังด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์
สั่งคอนกรีต 240 ksc แพงกว่า 180 ksc มากไหม?
ราคาต่างกันเพียงหลักร้อยบาทต่อคิว แต่คุณภาพและความแข็งแรงที่ได้ต่างกันมาก สำหรับงานโครงสร้างสำคัญอย่างคานคอดิน การเพิ่มเงินเล็กน้อยเพื่อใช้ 240 ksc คุ้มค่าและปลอดภัยกว่ามาก
อ่านเพิ่มเติม:


