เคยไหมครับที่เห็นลานจอดรถหน้าบ้านใครสักคน หรือแม้แต่ลานจอดรถตามร้านอาหาร บางทีเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ดูสวยงามเรียบเนียนได้ไม่กี่เดือน เผลอแป๊บเดียวเริ่มมีรอยแตกร้าวเหมือนลายงา หรือหนักกว่านั้นคือพื้นเริ่มทรุดเป็นแอ่งน้ำขังเวลาฝนตก ปัญหาเหล่านี้เป็นฝันร้ายของเจ้าของบ้านและเจ้าของกิจการเลยทีเดียวครับ เพราะการจะมาซ่อมแซมงานพื้นคอนกรีตทีหลังนั้น ทั้งเสียเวลา เสียอารมณ์ และเสียเงินมากกว่าการทำใหม่เสียอีก
สาเหตุหลักของปัญหาโลกแตกเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากดวงซวยแต่อย่างใดครับ แต่มันเกิดจากการขาดการ วางแผนเทพื้นลานจอดรถคอนกรีต ที่ถูกต้องและรัดกุมตั้งแต่แรก หลายคนคิดว่าแค่สั่งปูนมาเทๆ เกลี่ยๆ ให้เต็มก็จบ แต่ความจริงแล้วงานพื้นมีรายละเอียดซ่อนอยู่เยอะมาก ทั้งเรื่องการเตรียมดิน การเลือกสเปกคอนกรีต หรือแม้แต่การบ่มปูน
วันนี้ผมเลยจะพาเพื่อนๆ มาเจาะลึกทุกขั้นตอนการเตรียมตัว เพื่อให้คุณมีลานจอดรถที่แข็งแกร่ง ทนทาน รับน้ำหนักรถกระบะหรือรถเก๋งคันโปรดได้สบายๆ แบบไม่ต้องกังวลเรื่องร้าวเรื่องทรุด โดยที่เราจะคุยกันแบบภาษาบ้านๆ เข้าใจง่าย เหมือนคุยกับเพื่อนสนิทที่เป็นวิศวกรเลยครับ
ทำไมต้องใส่ใจเรื่องพื้นลานจอดรถมากกว่าพื้นทั่วไป
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการทำงาน เราต้องปรับจูนความคิดกันก่อนครับว่า พื้นลานจอดรถ ไม่เหมือนกับ พื้นทางเดินรอบบ้าน หรือ พื้นระเบียง เพราะโจทย์สำคัญของลานจอดรถคือ การรับน้ำหนัก รถยนต์หนึ่งคันมีน้ำหนักเฉลี่ย 1 ถึง 2 ตัน และไม่ได้จอดอยู่นิ่งๆ ตลอดเวลา มีการเคลื่อนที่ มีแรงเบรก มีแรงกระแทก ยิ่งถ้าบ้านไหนมีรถกระบะขนของ หรือรถ SUV คันใหญ่ๆ แรงกดลงบนพื้นก็จะยิ่งมหาศาล
ดังนั้น หากเรา วางแผนเทพื้นลานจอดรถคอนกรีต โดยใช้วิธีคิดเดียวกับพื้นทางเดินทั่วไป เช่น ใช้คอนกรีตกำลังอัดต่ำ หรือบดอัดดินไม่แน่นพอ รับรองว่าไม่เกินปี รอยร้าวถามหาแน่นอนครับ การลงทุนลงแรงกับการวางแผนให้ดีตั้งแต่ต้น จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจพื้นที่และเคลียร์หน้างาน
จุดเริ่มต้นของงานที่ดี คือหน้างานที่พร้อมครับ เริ่มจากคุณต้องกำหนดขนาดของลานจอดรถให้ชัดเจนก่อน
-
ขนาดมาตรฐาน: สำหรับจอดรถ 1 คัน ควรมีขนาดกว้างอย่างน้อย 2.5 เมตร และยาว 5 ถึง 6 เมตร เพื่อให้เปิดประตูได้สะดวกและเดินรอบรถได้
-
ทางลาดและการระบายน้ำ: เรื่องนี้สำคัญมากและคนมักลืมครับ ลานจอดรถกลางแจ้งต้องมีสโลปหรือความลาดเอียง เพื่อให้น้ำฝนไหลลงสู่ท่อระบายน้ำได้ ไม่ขังเป็นแอ่ง อัตราส่วนที่แนะนำคือ 1 ต่อ 200 (ทุกๆ 2 เมตร ให้พื้นลาดลง 1 เซนติเมตร) เป็นอย่างน้อย
เมื่อได้ขนาดและระดับแล้ว ก็ต้องเคลียร์พื้นที่ เอาหญ้า เศษขยะ หรือวัชพืชออกให้หมด ถ้ามีตอไม้ต้องขุดรากถอนโคนออกนะครับ ไม่งั้นรากไม้เน่าเปื่อยทีหลังจะทำให้เกิดโพรงใต้ดินได้
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมชั้นดินและทราย หัวใจของความแข็งแกร่ง
จำไว้เลยครับว่า พื้นคอนกรีตจะแข็งแรงได้ ก็ต่อเมื่อพื้นดินข้างล่างแข็งแรง ต่อให้เราใช้คอนกรีตเกรดเทพแค่ไหน แต่ถ้าดินข้างล่างยวบยาบ คอนกรีตก็แตกหักได้อยู่ดีครับ
การเตรียมดินสำหรับการ วางแผนเทพื้นลานจอดรถคอนกรีต ควรทำดังนี้
-
การถมดินและบดอัด: หากพื้นที่เดิมต่ำ ต้องถมดินเพิ่มและใช้เครื่องตบดิน (Plate Compactor) หรือรถบด อัดดินให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขั้นตอนนี้ห้ามงกงบประมาณเด็ดขาดครับ ต้องอัดให้แน่นเปรี๊ยะ
-
การลงทรายรองพื้น: หลังจากดินแน่นแล้ว เราจะลงทรายหยาบหนาประมาณ 5 ถึง 10 เซนติเมตร แล้วรดน้ำให้ชุ่มพร้อมบดอัดอีกรอบ ทรายจะทำหน้าที่ปรับระดับหน้าดินให้เรียบสม่ำเสมอ และช่วยถ่ายเทน้ำหนักจากแผ่นคอนกรีตลงสู่ดินได้ทั่วถึงกัน ลดโอกาสการแตกร้าวได้ดีมากครับ
ขั้นตอนที่ 3 วางเหล็กเสริมแรง (Wire Mesh)
คอนกรีตมีคุณสมบัติรับแรงอัดได้ดีเยี่ยม แต่รับแรงดึงได้ไม่ดี จึงต้องมีเหล็กเสริมเพื่อช่วยยึดเกาะและรับแรงดึง ป้องกันการแตกร้าว
-
เหล็กไวร์เมช (Wire Mesh): สำหรับลานจอดรถบ้านทั่วไป นิยมใช้เหล็กไวร์เมชสำเร็จรูป ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มิลลิเมตร ตาห่าง 20 เซนติเมตร (ภาษาช่างเรียก 4 มิล ตา 20) ก็เพียงพอแล้วครับ สะดวกและทำงานเร็วกว่าการมานั่งผูกเหล็กเส้นเอง
-
ลูกปูนหนุนเหล็ก: ข้อนี้สำคัญระดับ 5 ดาว เวลาวางเหล็ก อย่าวางแนบไปกับพื้นทรายเฉยๆ นะครับ ต้องมี ลูกปูน หนุนให้เหล็กลอยขึ้นมาจากพื้นทรายประมาณ 2.5 ถึง 3 เซนติเมตร เพื่อให้เวลาเทคอนกรีต เนื้อปูนจะไหลไปหุ้มเหล็กได้รอบทิศทาง เหล็กถึงจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่เป็นสนิมจากความชื้นใต้ดิน
ขั้นตอนที่ 4 การเลือกสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ
มาถึงพระเอกของงานครับ สมัยนี้ผมไม่แนะนำให้ผสมปูนทรายเองด้วยมือหรือใช้โม่เล็กแล้วครับ เพราะเราควบคุมคุณภาพยากและเหนื่อยมาก สำหรับการวางแผนเทพื้นลานจอดรถคอนกรีต การสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-mixed Concrete) ตอบโจทย์ที่สุดครับ
สิ่งที่ต้องระบุเวลาสั่งคอนกรีต คือ ค่ากำลังอัด (Strength) สำหรับลานจอดรถทั่วไป แนะนำที่ 240 ksc (ทรงลูกบาศก์) หรือ 280 ksc (ทรงกระบอก) ขึ้นไปครับ ค่า ksc ย่อมาจาก kilogram per square centimeter หมายถึงความสามารถในการรับน้ำหนัก ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งรับน้ำหนักได้มากและผิวหน้าแกร่งกว่าครับ
อีกเรื่องคือ ความหนาของการเท ปกติลานจอดรถบ้านพักอาศัยจะเทหนาที่ 10 ถึง 15 เซนติเมตรครับ ห้ามต่ำกว่า 10 เซนติเมตรเด็ดขาด ไม่งั้นรับน้ำหนักรถไม่ไหวแน่ๆ
เรื่องน่ารู้: ทำไมต้องแยกแผ่นคอนกรีต (Joints)
ถ้าลานจอดรถของคุณมีพื้นที่กว้างมาก การเทปูนเป็นผืนใหญ่ผืนเดียวเสี่ยงต่อการแตกร้าวมากครับ เพราะคอนกรีตมีการหดตัวและขยายตัวตามอุณหภูมิ เราจึงต้องทำ รอยต่อ (Joints) เพื่อบังคับให้รอยแตกเกิดขึ้นในตำแหน่งที่เรากำหนดไว้ ดีกว่าให้มันไปแตกสะเปะสะปะกลางแผ่น
-
วิธีทำ: อาจจะใช้วิธีวางไม้คั่นแบ่งโซนขณะเท หรือรอปูนแห้งหมาดๆ แล้วใช้เครื่องตัดคอนกรีตกรีดเป็นร่องก็ได้ครับ โดยแบ่งเป็นช่องๆ ขนาดประมาณ 3×3 เมตร หรือ 4×4 เมตร กำลังดี
เทคนิคการเทและการบ่มคอนกรีต
เมื่อรถโม่ปูนมาถึง สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องห้ามช่างเด็ดขาดคือ ห้ามเติมน้ำลงในโม่ปูนเพิ่ม ครับ ช่างบางคนมักง่ายอยากให้ปูนเหลวๆ จะได้ปาดง่ายๆ แต่การเติมน้ำจะทำให้คอนกรีตเสียอัตราส่วน ความแข็งแรงลดฮวบ และทำให้ผิวหน้าเป็นฝุ่นหรือแตกร้าวได้ง่ายมาก ถ้าต้องการความลื่นไหล ให้สั่งคอนกรีตที่มีค่า Slump (ค่ายุบตัว) สูงๆ มาตั้งแต่โรงงาน หรือใช้น้ำยาผสมคอนกรีตแทนครับ
หลังจากเทและปาดหน้าเรียบแล้ว เมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัวแข็งพอที่น้ำไม่ชะหน้าปูน ให้เริ่มทำการ บ่มคอนกรีต ทันที วิธีที่ง่ายที่สุดคือการฉีดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลา หรือเอาพลาสติกมาคลุม หรือใช้กระสอบชุบน้ำโปะไว้ อย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ปฏิกิริยาเคมีในคอนกรีตสมบูรณ์ที่สุด ผิวหน้าจะแกร่งและไม่แตกร้าว

คำนวณปริมาณคอนกรีตยังไงไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน
การสั่งคอนกรีตต้องสั่งเป็น คิว (Cubic Meter) สูตรคำนวณง่ายๆ คือ กว้าง (เมตร) x ยาว (เมตร) x หนา (เมตร) = จำนวนคิว
ตัวอย่าง: ลานจอดรถกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร ต้องการเทหนา 10 เซนติเมตร (0.1 เมตร) 4 x 5 x 0.1 = 2 คิว
แต่เวลาสั่งจริง ควรเผื่อไว้สัก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ กันความคลาดเคลื่อนของระดับพื้นดิน หรือปูนตกหล่นเสียหายครับ
ตัวช่วยที่ทำให้งานพื้นเป็นเรื่องง่าย กับ Concrete Man Delivery
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มกุมขมับว่ารายละเอียดมันเยอะเหลือเกิน กลัวคำนวณผิด กลัวสั่งปูนมาไม่ถูกสเปก หรือกลัวได้ปูนคุณภาพไม่ดี ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณมีผู้ช่วยมืออาชีพครับ
ผมขอแนะนำ Concrete Man Delivery ผู้ให้บริการจัดส่งคอนกรีตผสมเสร็จที่เข้าใจคนทำบ้านที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของบ้านที่อยากทำเอง หรือผู้รับเหมาที่ต้องการความเป๊ะ ที่นี่เขาพร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการ วางแผนเทพื้นลานจอดรถคอนกรีต
ทำไมต้อง Concrete Man Delivery?
-
คำนวณปริมาณให้เป๊ะ: ไม่ต้องปวดหัวกดเครื่องคิดเอง แค่บอกขนาดพื้นที่ ทีมงานช่วยคำนวณให้ เสร็จสรรพ
-
คัดสรรแพลนท์ปูนคุณภาพ: เขาดีลกับโรงงานคอนกรีตชั้นนำทั่วประเทศ เลือกแพลนท์ที่ใกล้หน้างานคุณที่สุด เพื่อให้คอนกรีตส่งถึงไว คุณภาพสดใหม่ ไม่เซตตัวกลางทาง
-
ให้คำปรึกษาเรื่องสเปก: ไม่รู้จะเอา Strength เท่าไหร่? ไม่ต้องเดาครับ ทีมงานแนะนำสเปกที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงให้ ประหยัดงบและได้ของดี
-
บริการจัดส่งรวดเร็ว: ตรงต่อเวลา งานไม่สะดุด ลดความเสี่ยงปูนแข็งคาโม่
การมีพาร์ทเนอร์ที่ดีอย่าง Concrete Man Delivery ช่วยให้งานเทพื้นลานจอดรถของคุณราบรื่นขึ้นเยอะครับ คุณเอาเวลาไปคุมช่างหน้างานดูเรื่องระดับหรือการขัดผิว ดีกว่าต้องมานั่งปวดหัวโทรตามรถปูนเองครับ
สรุปส่งท้าย
การทำลานจอดรถที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามตอนเสร็จใหม่ๆ แต่วัดกันที่ระยะเวลาการใช้งานครับ การวางแผนเทพื้นลานจอดรถคอนกรีต อย่างละเอียดตั้งแต่การเตรียมดิน ไปจนถึงการบ่มปูน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณได้พื้นที่แข็งแกร่ง อยู่คู่บ้านไปเป็นสิบๆ ปี โดยไม่ต้องมานั่งซ่อมรอยร้าวให้ช้ำใจ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นคู่มือชั้นดีให้กับคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่กำลังจะปรับปรุงพื้นที่จอดรถนะครับ อย่าลืมนะครับ พื้นฐานที่ดีสำคัญที่สุด ใส่ใจรายละเอียดในวันนี้ จะประหยัดเงินค่าซ่อมในวันหน้าแน่นอน และถ้าอยากได้คอนกรีตคุณภาพดี ส่งไว ไว้ใจได้ ก็อย่าลืมเรียกใช้บริการ Concrete Man Delivery นะครับ
คำถามที่พบบ่อย
เทพื้นลานจอดรถจำเป็นต้องลงเข็มไหม?
หากดินเดิมแน่นอยู่แล้วและเป็นลานจอดรถเก๋งทั่วไป อาจไม่จำเป็นต้องลงเข็มครับ แค่บดอัดดินให้แน่นก็เพียงพอ แต่หากเป็นพื้นที่ดินอ่อนมาก หรือต้องการเชื่อมโครงสร้างเข้ากับตัวบ้าน แนะนำให้ลงเข็มสั้นแบบปูพรมเพื่อชะลอการทรุดตัวครับ
ควรเทคอนกรีตช่วงเวลาไหนของวันดีที่สุด?
ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แดดไม่จัดมากจะดีที่สุดครับ เพราะถ้าเทตอนเที่ยงแดดเปรี้ยงๆ คอนกรีตจะเสียน้ำเร็วเกินไป ทำให้เกิดรอยร้าวจากการหดตัวได้ง่าย และช่างทำงานลำบากด้วยครับ
ถ้าอยากได้ผิวขัดมัน ต้องทำตอนไหน?
ต้องทำทันทีหลังจากเทคอนกรีตและปาดหน้าเรียบร้อยแล้ว รอให้ปูนเซตตัวพอเดินเหยียบได้นิดหน่อย (หมาดๆ) แล้วใช้เครื่องขัดมันหรือเกรียงเหล็กขัดแต่งผิวหน้า ห้ามรอให้แห้งสนิทแล้วค่อยมาขัดนะครับ จะทำไม่ได้แล้ว
ใช้ไวร์เมช 4 มิล หรือเหล็กเส้น 6 มิล อันไหนดีกว่ากัน?
สำหรับลานจอดรถบ้านทั่วไป ไวร์เมช 4 มิล รับแรงได้เพียงพอและทำงานไวกว่ามากครับ แต่ถ้าเป็นลานจอดรถบรรทุกหรือโกดังสินค้า อาจจะต้องขยับไปใช้เหล็กข้ออ้อยผูกหรือไวร์เมชที่หนาขึ้นครับ
หลังเทปูนเสร็จ กี่วันถึงจะเอารถขึ้นไปจอดได้?
แนะนำให้รออย่างน้อย 7 วัน สำหรับรถเก๋งทั่วไปครับ แต่ถ้าจะให้คอนกรีตแข็งแรงเต็มที่ 100% คือ 28 วันครับ ช่วงแรกๆ อย่าเพิ่งเอารถหนักๆ ขึ้นไปขย่มนะครับ ใจเย็นๆ ถนอมพื้นไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม:


