199/27 ม.9 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73220

คอนกรีตหยาบ

เวลาที่เราเดินผ่านไซต์งานก่อสร้างในช่วงเริ่มต้นโครงการ เรามักจะเห็นช่างกำลังเทปูนบางๆ ลงไปบนดินก้นหลุมเสาเข็ม หรือเทปูพรมไปทั่วบริเวณที่จะทำพื้นถนน หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่าเททำไมในเมื่อเดี๋ยวก็ต้องเทคอนกรีตโครงสร้างทับลงไปอีกทีอยู่ดี หรือบางคนอาจจะมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุหรือเปล่า จริงๆ แล้วเจ้าปูนบางๆ ที่เราเห็นนั้นมีชื่อเรียกทางวิศวกรรมว่า คอนกรีตหยาบ หรือที่ภาษาช่างบ้านเราเรียกทับศัพท์กันติดปากว่า เทลีน (Lean Concrete) ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเปรียบเสมือนการปูพรมแดงต้อนรับโครงสร้างหลักของบ้าน หากละเลยขั้นตอนนี้ไป อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อความแข็งแรงของตึกอาคารในระยะยาวได้เลยทีเดียว วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันให้กระจ่างว่าคอนกรีตชนิดนี้คืออะไร มีหน้าที่อะไรกันแน่ และทำไมวิศวกรทุกคนถึงกำชับนักหนาว่าต้องทำให้ได้มาตรฐาน

คอนกรีตหยาบ หรือ Lean Concrete

คำว่า Lean ในภาษาอังกฤษแปลว่า ผอม หรือ เนื้อน้อย เมื่อนำมาใช้กับคอนกรีต จึงหมายถึงคอนกรีตที่มีส่วนผสมของซีเมนต์น้อยกว่าคอนกรีตโครงสร้างทั่วไป คือมีสัดส่วนของหินและทรายเยอะกว่า ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหยาบ ไม่เนียนละเอียด และมีกำลังอัดต่ำกว่าปูนที่เราใช้เทเสาหรือเทคาน โดยทั่วไปค่ากำลังอัดของคอนกรีตหยาบจะอยู่ที่ประมาณ 150 ถึง 180 ksc (ksc ย่อมาจาก กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับการรับน้ำหนักตัวเองและเป็นฐานรองรับสิ่งต่างๆ แต่ไม่เพียงพอที่จะไปรับน้ำหนักตัวอาคาร ด้วยความที่มันใช้ปูนซีเมนต์น้อยกว่า ราคาจึงถูกกว่าคอนกรีตโครงสร้าง จนบางครั้งถูกเรียกว่าเป็นคอนกรีตราคาประหยัด หน้าที่ของมันไม่ใช่ความแข็งแรงระดับต้านแผ่นดินไหว แต่เป็นเหมือนฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระที่คอยปกป้องโครงสร้างหลักให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

Lean Concrete
Lean Concrete

หน้าที่หลัก 3 ประการ ของการเทลีน ที่เจ้าของบ้านต้องรู้

การยอมจ่ายเงินเพื่อเทคอนกรีตหยาบลงไปก่อนเริ่มงานผูกเหล็กนั้น ไม่ใช่เรื่องเสียเปล่าแน่นอน เพราะมันทำหน้าที่สำคัญถึง 3 อย่าง ที่จะช่วยเซฟโครงสร้างบ้านของคุณให้ปลอดภัย

  • เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ดินดูดน้ำปูน เรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะคอนกรีตโครงสร้างที่จะแข็งแรงได้ต้องมีสัดส่วนน้ำต่อซีเมนต์ที่พอดี หากเราเทคอนกรีตโครงสร้างลงไปบนดินโดยตรง ดินที่แห้งผากจะดูดซึมน้ำจากในเนื้อคอนกรีตออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คอนกรีตสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยง ปฏิกิริยาเคมีไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้คอนกรีตแตกร้าวและกำลังอัดตกฮวบฮาบ การมีคอนกรีตหยาบกั้นไว้จะช่วยกันไม่ให้ดินมาแย่งน้ำจากปูนหลักได้

  • สร้างพื้นที่ทำงานที่สะอาดและได้ระนาบ ลองจินตนาการว่าต้องผูกเหล็กเส้นลงไปในหลุมดินที่เฉอะแฉะ ขรุขระ เป็นโคลนตม นอกจากจะทำงานยากแล้ว เหล็กเสริมราคาแพงของเราก็จะเปื้อนโคลน ซึ่งคราบโคลนเหล่านี้จะไปขัดขวางแรงยึดเกาะระหว่างเหล็กกับคอนกรีต และความชื้นจากดินจะทำให้เหล็กเป็นสนิมตั้งแต่ยังไม่ทันได้เทปูน การเทลีนจะช่วยปรับหน้าดินให้เรียบ สะอาด ช่างทำงานง่าย วางตำแหน่งเสาได้แม่นยำ ไม่ต้องกลัวเหล็กจมดิน

  • ป้องกันสิ่งสกปรกปนเปื้อนในคอนกรีต การเทคอนกรีตลงบนดินโดยตรง อาจมีเศษดิน เศษหญ้า หรือรากไม้ ปะปนเข้ามาในเนื้อคอนกรีตขณะเท ซึ่งสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะทำให้คอนกรีตเกิดโพรง หรือเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ความแข็งแรงลดลง การมีพื้นลีนรองรับจะช่วยให้คอนกรีตโครงสร้างของเราบริสุทธิ์ สะอาด และแข็งแรงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

สเปกของคอนกรีตหยาบ ต้องแข็งแรงแค่ไหน ใช้ปูนอะไร

อย่างที่เกริ่นไปว่าคอนกรีตหยาบไม่ได้ต้องการความแข็งแรงมหาศาล สเปกที่นิยมใช้กันทั่วไปตามมาตรฐานกรมโยธาฯ หรือโครงการก่อสร้างต่างๆ มักจะกำหนดค่ากำลังอัดไว้ที่ 180 ksc (Cylinder) หรือประมาณ 210 ksc (Cube) ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสม เพียงพอที่จะให้คนงานเดินเหยียบ วางนั่งร้าน หรือวางเหล็กเสริมได้โดยไม่แตกหักเสียหาย แต่ถ้าเป็นงานสเกลเล็กๆ อย่างบ้านชั้นเดียว หรือลานซักล้าง บางครั้งช่างอาจจะใช้สัดส่วนผสมเองแบบ 1:3:5 (ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน หิน 5 ส่วน) ซึ่งจะได้กำลังอัดที่ต่ำลงมาหน่อย แต่ก็ยังถือว่าใช้งานเป็นคอนกรีตหยาบได้เช่นกัน ข้อควรระวังคือห้ามใช้ปูนกำลังอัดสูงเกินความจำเป็น เช่นเอาปูน 240 หรือ 280 มาเทลีน เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ เว้นแต่ว่าจะมีปูนเหลือจากงานอื่นแล้วเสียดายของเลยเอามาเททิ้ง

ขั้นตอนการเทคอนกรีตหยาบ ทำตอนไหนของงานก่อสร้าง

ขั้นตอนการเทลีนจะเกิดขึ้นหลังจากที่งานดินและการตอกเสาเข็มเสร็จสิ้นลง เมื่อรถแม็คโครขุดหลุมฐานรากเสร็จแล้ว ช่างจะลงไปปรับระดับก้นหลุมให้เรียบ และบดอัดดินให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็จะสั่งคอนกรีตหยาบมาเทลงไป โดยความหนามาตรฐานที่นิยมใช้กันคือประมาณ 5 ถึง 10 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน หากดินเละมากอาจต้องเทหนาหน่อย แต่ถ้าดินแข็งดีเทแค่ 5 เซนติเมตรก็พอ หลังจากเทเสร็จแล้วจะใช้เกรียงปาดหน้าปูนให้เรียบเสมอกัน และทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง หรือข้ามวัน วันรุ่งขึ้นเมื่อปูนลีนแข็งตัวดีแล้ว ช่างก็จะเริ่มดีดเส้น ตีเต๊า เพื่อหาศูนย์กลางเสา และเริ่มวางลูกปูนหนุนเหล็ก ผูกเหล็กตะแกรงฐานราก เพื่อเตรียมเทคอนกรีตโครงสร้างในลำดับต่อไป

คอนกรีตปรับระดับ
คอนกรีตปรับระดับ

ถ้าไม่เทคอนกรีตหยาบ จะเกิดผลเสียอะไรตามมาบ้าง

การลักไก่ไม่เทคอนกรีตหยาบ อาจช่วยประหยัดเงินได้หลักพันหรือหลักหมื่น แต่ความเสียหายที่ตามมาอาจประเมินค่าไม่ได้ อย่างแรกคือ ระยะหุ้มคอนกรีต (Covering) จะไม่ได้มาตรฐาน เพราะเมื่อวางเหล็กลงบนดิน เหล็กอาจจมลงไปในดิน หรือมีระยะห่างจากผิวดินไม่เพียงพอ ทำให้ความชื้นจากดินขึ้นมาทำปฏิกิริยากับเหล็ก เกิดเป็นสนิมขุมกินจากเนื้อใน เหล็กจะบวมดันจนคอนกรีตแตกร้าวในอนาคต อย่างที่สองคือ ฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน หากก้นหลุมไม่เรียบ คอนกรีตโครงสร้างจะมีความหนาบางไม่เท่ากัน การกระจายน้ำหนักลงสู่เสาเข็มหรือดินอาจผิดเพี้ยนไป และอย่างที่สามคือ คอนกรีตเป็นรูพรุนเหมือนรังผึ้ง เพราะน้ำปูนไหลหนีลงดินหมด เนื้อปูนที่เหลือจะร่วนซุย ไม่เกาะตัวกัน ความสามารถในการรับน้ำหนักอาคารก็จะลดลงอย่างน่าใจหาย

คำนวณปริมาณคอนกรีตหยาบอย่างไร ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน

การสั่งคอนกรีตหยาบมาใช้ ต้องคำนวณให้พอดี เพราะถ้าขาดต้องเสียเวลาสั่งเพิ่ม ถ้าเกินก็ต้องหาที่เททิ้งให้วุ่นวาย สูตรการคำนวณง่ายมาก คือ กว้าง (เมตร) x ยาว (เมตร) x ความหนา (เมตร) ตัวอย่างเช่น เรามีฐานรากขนาด 1.5 x 1.5 เมตร จำนวน 10 หลุม และต้องการเทลีนหนา 5 เซนติเมตร (0.05 เมตร) วิธีคิดคือ 1.5 คูณ 1.5 คูณ 0.05 เท่ากับ 0.1125 คิวต่อหลุม เมื่อมี 10 หลุม ก็เอาไปคูณ 10 จะได้ยอดรวมเท่ากับ 1.125 คิว เวลาสั่งจริง เราไม่สามารถสั่งเศษทศนิยมละเอียดขนาดนั้นได้ ก็อาจจะปัดขึ้นเป็น 1.5 คิว หรือ 2 คิว เผื่อความคลาดเคลื่อนและการสูญเสียระหว่างเท หรือถ้ามีพื้นที่อื่นที่ต้องเทด้วยก็เอามารวมกันแล้วสั่งทีเดียวจะคุ้มค่าขนส่งมากกว่า

สั่งคอนกรีตหยาบคุณภาพดี ราคาประหยัด ต้องที่ Concrete Man

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเห็นความสำคัญของคอนกรีตหยาบกันแล้ว และถ้าคุณกำลังมองหาแหล่งซื้อคอนกรีตหยาบ หรือ Lean Concrete ที่ได้มาตรฐาน ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ต้องไปผสมเองให้เหนื่อยแรง Concrete Man พร้อมให้บริการคุณครับ เราคือศูนย์รวมคอนกรีตผสมเสร็จที่เข้าใจความต้องการของช่างและเจ้าของบ้าน เรามีสูตรคอนกรีตหยาบ 180 ksc ที่ออกแบบมาสำหรับงานเทลีนโดยเฉพาะ เนื้อปูนไหลลื่น ปาดง่าย เซ็ตตัวไว ทำให้งานเดินต่อได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นงานเทรองก้นหลุมฐานราก เทปรับระดับพื้นบ้าน หรือเทรองพื้นถนน เราจัดส่งให้ได้ทุกพื้นที่ ด้วยรถโม่เล็กเข้าซอยแคบ หรือรถโม่ใหญ่สำหรับโครงการใหญ่ เราก็มีพร้อม ทีมงานของเรายินดีช่วยคำนวณปริมาณปูนให้ฟรี แค่บอกขนาดพื้นที่มา เราจัดการให้เสร็จสรรพ ให้ Concrete Man ดูแลเรื่องปูน เพื่อให้รากฐานบ้านของคุณมั่นคงแข็งแรงตั้งแต่วันแรกครับ

คำถามที่พบบ่อย

คอนกรีตหยาบ ต้องใช้กำลังอัด (Strength) เท่าไหร่?
โดยทั่วไปนิยมใช้ที่ 180 ksc (ksc) ครับ ซึ่งเพียงพอสำหรับการรับน้ำหนักการทำงานและปรับสภาพพื้นผิว แต่บางงานอาจใช้ 150 ksc ได้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของวิศวกรผู้ออกแบบ

เทคอนกรีตหยาบ ต้องมีความหนากี่เซนติเมตร?
ความหนามาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปคือ 5 ถึง 10 เซนติเมตรครับ หากพื้นดินเดิมเรียบและแข็งดี เทแค่ 5 ซม. ก็พอ แต่ถ้าดินขรุขระมาก อาจต้องเทหนาขึ้นเพื่อปรับระดับ

ผสมปูนทรายเองมาเทลีน แทนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จได้ไหม?
ทำได้ครับ แต่จะเสียเวลาและใช้แรงงานเยอะมากในการผสมให้เข้ากัน หากพื้นที่เยอะ การสั่งคอนกรีตผสมเสร็จจะประหยัดเวลาและได้คุณภาพปูนที่สม่ำเสมอกว่ามาก

ใช้คอนกรีตโครงสร้าง (Strength สูงๆ) มาเทลีนได้ไหม?
ได้ครับ คุณภาพจะดียิ่งขึ้นไปอีก แต่จะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น เพราะหน้าที่ของลีนไม่ได้ต้องการความแข็งแรงขนาดนั้น ยกเว้นว่าเป็นปูนเหลือจากงานอื่น

เทลีนเสร็จแล้ว ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะทำงานต่อได้?
เนื่องจากชั้นปูนค่อนข้างบาง ปกติทิ้งไว้ข้ามคืน หรือประมาณ 24 ชั่วโมง ปูนก็จะแข็งตัวพอที่จะลงไปเดิน ตีเส้น และวางเหล็กได้แล้วครับ ไม่ต้องรอนานเหมือนงานโครงสร้าง

อ่านเพิ่มเติม:

Relate Post

ขั้นตอนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ

ขั้นตอนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ

การใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จได้กลายเป็นมาตรฐานหลักของงานก่อสร้างยุคใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านอาคารขนาดใหญ่ หรือแม้แต่การต่อเติมลานซักล้างเล็กๆ หลังบ้าน เนื่องจากการสั่งปูนมิกซ์มาเทนั้นช่วยประหยัดเวลาและควบคุมคุณภาพของเนื้อปูนได้ดีกว่าการผสมเองหน้างานอย่างมาก แต่สำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่หรือผู้รับเหมาที่เพิ่งเริ่มงาน การสั่งปูนอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากหากไม่ทราบกระบวนการที่ถูกต้อง การเตรียมตัวที่ดีจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้งานเทปูนออกมาสมบูรณ์แบบและไม่มีค่าใช้จ่ายบานปลายตามมา การเตรียมตัวก่อนสั่งปูนและคำนวณปริมาณที่ต้องใช้ สิ่งแรกที่ต้องทำใน ขั้นตอนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ คือการสำรวจหน้างานเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่จะทำการเท การ เตรียมตัวก่อนสั่งปูน เริ่มต้นจากการวัดขนาดความกว้าง ความยาว และความหนาของพื้นที่ที่ต้องการเทจริง โดยใช้สูตรการคำนวณง่ายๆ คือ กว้าง x ยาว x หนา (หน่วยเป็นเมตร)

อ่านเพิ่มเติม »
วิธีเลือกโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จให้ได้มาตรฐาน

วิธีเลือกโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จให้ได้มาตรฐาน

การก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน หรือแม้แต่การต่อเติมเพียงเล็กน้อย สิ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของความมั่นคงคือคอนกรีต ในยุคปัจจุบันการใช้คอนกรีตผสมเสร็จกลายเป็นทางเลือกหลักที่ได้รับความนิยมสูงกว่าการผสมมือ เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว และการควบคุมคุณภาพที่ทำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามโรงงานผลิตคอนกรีตในปัจจุบันมีจำนวนมาก การจะเลือกโรงงานที่ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจริงๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย เพราะหากเลือกผิดอาจหมายถึงความเสียหายต่อโครงสร้างในอนาคตที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการแก้ไข ตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและใบรับรอง มอก. ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการคัดเลือกคือการตรวจสอบว่าโรงงานนั้นได้รับ มาตรฐาน มอก. คอนกรีตผสมเสร็จ หรือไม่ ใบรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นตัวยืนยันว่ากระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบอย่าง หิน ทราย ซีเมนต์ และสารผสมเพิ่ม

อ่านเพิ่มเติม »
เปรียบเทียบ คอนกรีตผสมเอง vs คอนกรีตผสมเสร็จ แบบไหนคุ้มกว่า

เปรียบเทียบ คอนกรีตผสมเอง vs คอนกรีตผสมเสร็จ แบบไหนคุ้มกว่า

ในการเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมบ้านเพียงเล็กน้อย การทำลานจอดรถ หรือการสร้างอาคารใหม่ทั้งหลัง หนึ่งในคำถามคลาสสิกที่เจ้าของบ้านและผู้รับเหมามักจะต้องขบคิดอยู่เสมอคือ จะเลือกใช้คอนกรีตผสมเองที่หน้างานหรือจะโทรสั่งคอนกรีตผสมเสร็จจากแพลนท์ปูนดี การเลือกวัสดุพื้นฐานอย่างคอนกรีตส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของโครงสร้าง ระยะเวลาในการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือ งบประมาณที่ต้องเสียไป หลายคนอาจมองแค่ราคาต่อคิวที่เห็นในใบเสนอราคา แต่อันที่จริงแล้ว ความคุ้มค่าที่แท้จริงมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้น ธรรมชาติของคอนกรีตผสมเองและการควบคุมงานหน้างาน การผสมคอนกรีตเองที่หน้างานเป็นภาพที่คุ้นตาในงานก่อสร้างไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในงานขนาดเล็กหรืองานในพื้นที่ที่รถใหญ่เข้าไม่ถึง กระบวนการนี้เริ่มจากการจัดซื้อหิน ทราย และปูนซีเมนต์แยกส่วนกันมาลงที่หน้างาน จากนั้นช่างจะใช้แรงงานคนหรือเครื่องผสมปูนขนาดเล็กในการคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากับน้ำ วิธีนี้ให้ความรู้สึกว่าเราสามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้ตามความต้องการจริง อยากจะผสมเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการสั่งปูนมาเหลือทิ้ง อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของการผสมเองคือเรื่อง

อ่านเพิ่มเติม »
ขั้นตอนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ

ขั้นตอนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ

การใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จได้กลายเป็นมาตรฐานหลักของงานก่อสร้างยุคใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านอาคารขนาดใหญ่ หรือแม้แต่การต่อเติมลานซักล้างเล็กๆ หลังบ้าน เนื่องจากการสั่งปูนมิกซ์มาเทนั้นช่วยประหยัดเวลาและควบคุมคุณภาพของเนื้อปูนได้ดีกว่าการผสมเองหน้างานอย่างมาก แต่สำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่หรือผู้รับเหมาที่เพิ่งเริ่มงาน การสั่งปูนอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากหากไม่ทราบกระบวนการที่ถูกต้อง การเตรียมตัวที่ดีจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้งานเทปูนออกมาสมบูรณ์แบบและไม่มีค่าใช้จ่ายบานปลายตามมา การเตรียมตัวก่อนสั่งปูนและคำนวณปริมาณที่ต้องใช้ สิ่งแรกที่ต้องทำใน ขั้นตอนการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ คือการสำรวจหน้างานเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่จะทำการเท การ เตรียมตัวก่อนสั่งปูน เริ่มต้นจากการวัดขนาดความกว้าง ความยาว และความหนาของพื้นที่ที่ต้องการเทจริง โดยใช้สูตรการคำนวณง่ายๆ คือ กว้าง x ยาว x หนา (หน่วยเป็นเมตร)

อ่านเพิ่มเติม »
วิธีเลือกโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จให้ได้มาตรฐาน

วิธีเลือกโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จให้ได้มาตรฐาน

การก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน หรือแม้แต่การต่อเติมเพียงเล็กน้อย สิ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของความมั่นคงคือคอนกรีต ในยุคปัจจุบันการใช้คอนกรีตผสมเสร็จกลายเป็นทางเลือกหลักที่ได้รับความนิยมสูงกว่าการผสมมือ เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว และการควบคุมคุณภาพที่ทำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามโรงงานผลิตคอนกรีตในปัจจุบันมีจำนวนมาก การจะเลือกโรงงานที่ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจริงๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย เพราะหากเลือกผิดอาจหมายถึงความเสียหายต่อโครงสร้างในอนาคตที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการแก้ไข ตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและใบรับรอง มอก. ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการคัดเลือกคือการตรวจสอบว่าโรงงานนั้นได้รับ มาตรฐาน มอก. คอนกรีตผสมเสร็จ หรือไม่ ใบรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นตัวยืนยันว่ากระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบอย่าง หิน ทราย ซีเมนต์ และสารผสมเพิ่ม

อ่านเพิ่มเติม »